เขียนขึ้นมาเพราะฟังเพลงนี้แล้วจิ้นตามมากมาย
 
แต่เป็นคู่สองคนนะ
 
คู่ที่เราชอบงิ...
 
ไม่บอกหรอกว่าใครคู่ใคร XD
 
 
........................................................................................................................
(เพลงต้นฉบับจากนี่ค่าhttp://www.youtube.com/watch?v=U8AYC5CWB5I)
 
 
 
ฉันเดินจากเขาออกมา   มือที่เคยเกี่ยวประสานบัดนี้เป็นอื่่นไปแล้ว   ทั้งที่เคยคิดว่าเขาผู้ใกล้ตัวที่สุดน่าจะไม่แปรเปลี่ยนอันใด   แต่ทำไมเจ้าของเรือนผมสีขาวนั้นถึงได้ยังแปรผันไป   แปรไปอย่างไม่หวนกลับคืน...
 
"ทำไมล่ะ?แค่เพราะความรักของฉันผิดบาปกับความเป็นจริง   ฉันถึงกับต้องถูกหลอกลวงเช่นนี้ซ้ำซากไปไม่รู้จักจบสิ้นเลยหรือ?เมื่อไหร่ที่ใจดวงนี้จะพ้นจากความเจ็บช้ำเสียที"
 
ฉันเอ่ยกับตัวเองเมื่อคิดว่านี่เป็นรักที่เท่าไหร่ของตัวเองแล้ว   และเป็นความเจ็บช้ำรอบที่เท่าไหร่ของหัวใจแล้ว
 
 
 
เปรียบดังชีวิตที่โดนบิดเบือน
กับจิตใจที่ทนทรมาน
จากความรักที่เหมือนแสนลวงหลอก
 
 
 
ฉันมองดูนายผู้แสนบอบบาง   ตอนที่พบกันครั้งแรกนายดูเหมือนจะไม่ทุกข์ร้อนอะไร   แต่ฉันรู้...ใต้ดวงตาสีอเมทิสต์นี้เก็บงำความเศร้าไว้แม้ตัวเองจะไม่รู้ว่าคือความเศร้าจากสิ่งใดก็ตาม   ฉันเดินเข้าไปหาก่อนจะเอ่ยว่า
 
"ฉันไม่รู้ว่าตัวตนที่อยู่แต่ในความมืดอย่างฉันจะเหมาะกับนาย..."
 
นายมองมาที่ฉันก่อนจะดึงมือที่สวมถุงมือที่ฉาบเลือดจบเป็นสีดำของฉันมาแนบอก   ฉันรู้สึกได้ว่ามือของนายเย็นเฉียบด้วยความหวาดกลัวที่จะจากกัน   ฉันจึงพูดต่อไปว่า
 
"แต่ถ้ามันปลอบประโลมดวงใจนั้นได้นายก็คงจะรับมันสินะ..."
 
 

เก็บเอาราตรี สีดำคืนนี้็
ฉาบลงบนที่ตรงกลางใจ
ปกคลุมโลกไว้ด้วยความมืดมน
 
 
 
กาลเวลาผันผ่านไป   ฉันเริ่มสงสัยในตัวนายขึ้นมา   ทั้งที่ตอนเจอกันนายก็เป็นปกติทุกอย่าง   แต่นับวันนายก็ต่างจากฉันเข้าไปทุกที   หรือเพราะนายไม่เหมาะจะเคียงข้างความมืดอย่างฉันจริง ๆ 

"ความจริงความมืดนั้นไม่ได้ทำอะไรฉันหรอก"

นายตอบฉันเมื่อฉันถามถึงเรื่องนี้   เขาเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้

"ความมืดมิดที่ฉาบย้อมเราสองคนไม่ได้ขวางกั้นอันใดไว้หรอก   มีแต่สิ่งเดียว...สิ่งที่ฉันบอกนายไม่ได้นั่นต่างหากที่ขวางกั้นเราไว้   ทำให้ฉันเป็นเช่นนี้"

"ไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร   ฉันก็อยากได้ยินจากปากนายเอง"
ฉันบอกนายไปอย่างนั้น   แต่นายแค่เงียบไปก่อนจะส่ายหัวให้ฉันเลิกพูกเรื่องนี้   สุดท้ายฉันจึงโพล่งออกไปว่า
"นายก็อึดอัดทรมานไม่ใช่เหรอที่เก็บเรื่องนี้ไว้กับตัว   ทำไมไม่พูดออกมาล่ะ!"

ฉันโผเข้ากอดนายไว้ก่อนกระซิบที่ข้างหู
"ฉันยืนยันคำเดิม   ต่อให้ทรมานขนาดไหนฉันก็จะไม่บอกออกไป   แต่รู้ไว้ว่าหนึ่งในนั้นคือสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกของใจฉันที่จะไม่มีวันหายไปเด็ดขาด

...จะให้นายรู้ไม่ได้...จะให้นายรู้ไม่ได้ว่าฉันที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ตัวตนจริง ๆ ของฉัน   เพราะฉันเป็นพี่นายฉันจึงไม่อาจบอกได้   และเพราะรักน้องชายตัวเอง...เรื่องตัวจริงจึงต้องเก็บงำไว้ให้มากที่สุด...คิดแล้วร่างของฉันก็สั่นสะท้าน   น้ำตาปริ่ม ๆ จะไหลแต่ก็ต้องแกล้งทำเฉยไว้...
 

อยากจะเอื้อนเอ่ยคำ ฉันบอกเธอ เธอนั้นจงฟัง
สิ่งเดียวที่เก็บตรึง ซ่อนอยู่ตรง ส่วนลึกของใจ
หากจะทนซ่อนต่อไป ไม่อาจตรึงความร้าวราน
สั่นสะท้าน ราวจะแตกลับมลาย
 
 
 
ความรักที่ฉันให้นายไป   นายได้ส่งมันมาให้ฉันได้รับหมดแล้ว   รสหวานชวนลุ่มหลงจากริมฝีปากนายที่มีเพียงฉันเป็นเจ้าของแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจจนยากจะถอน   ต่อให้รู้ว่าสุดท้ายมันก็แค่เพียงมายา   ดั่ง Imitation 
 
ฉันค่อย ๆ รู้ตัวว่าถึงเวลาที่นายต้องจากไปแล้ว   แต่เมื่อนึกถึงเงาดำมืดก็คลุมล้อมความคิดเช่นนั้นไว้   แต่ยังไงความจริงที่ว่าเวลาสองเราจะพันผูกต่อไปมันใกล้เลือนหายแล้ว   ประสาททั้งปวงปฏิเสธที่จะปล่อยทุกสัมผัสระหว่างเราไป   กระทั่งความรู้สึกยังหลอกตัวเองด้วยสีดำมืดเลยว่ายังไม่ถึงเวลานั้น...
 
 

สิ่งหนึ่งที่ให้ไป สิ่งเดียวกันที่ได้รับมา
ส่งผ่านห้องหัวใจ รุ่มร้อนหอมหวาน ดัง Imitation
ประสาทเริ่มด้านชา กับวันเวลาที่เลือนมลาย
ความรู้สึกที่มากมายกับความเป็นจริง แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
 
 
 
ฉันยืนคนเดียวในที่ที่แสงจันทร์สาดส่องมา   ดวงจันทร์ยังคงเป็นสีเงินเฉกเช่นเดียวกับดวงตาของฉัน   แล้วเมฆจากฟ้าที่ใกล้กันก็เข้าครอบคลุมปิดบังจันทร์ไว้เสีย   ช่างเหมือนฉันที่ตอนนี้อับจนหนทางจะไปต่อเมื่อรู้ความจริงในเรื่องของตัวเองบ้าง   ฉันเหลียวมองไปข้างตัวเพื่อจะขอกำลังใจจากร่างบางข้างตัวแต่สิ่งที่เห็นคือข้างกายฉันไม่มีเธอยืนอยู่อีกแล้ว
 
"ถึงแต่ก่อนฉันจะไม่ชอบจดจำเรื่องใดไว้   แต่ทำไมกับความทรงจำระหว่างที่แสนสั้นระหว่างฉันกับนายถึงยังระลึกได้เสมอล่ะ"
 
ฉันเอ่ยกับตัวเอง   นึกอยากให้คำพูดนี้ส่งไปหานายที่อยู่ห่างไกล  
 
"ทั้งที่ฉันรู้ตัวว่าไม่มีนายเคียงข้างอีกแล้ว..."
 
และอีกไม่นานบนโลกนี้...ก็จะไม่มีนายอีกแล้ว...
 
 

เงาจันทราที่โดนบดบัง ในหมอกราตรีที่ดูมืดมัว
เก็บซ่อนเร้นความรวดร้าวในจิตใจ
สิ่งปลายทางที่อยู่แสนไกล อาจจะไม่มีทางหวนกลับ
ดับสลายไปในพริบตา
 
 
"ฉันไม่เคยบอกนายเลยสินะว่าพันธสัญญาที่เรามีต่อกันไม่ได้ผูกพันแค่ชั่วชีวิตฉันหรอก"
ฉันที่กลับมาอยู่เพียงลำพังอีกครั้งเอ่ยหลังมองภาพนิมิตของเธอที่ห่างไกล

"แต่มันจะผูกวิญญาณเราสองคนให้ได้เจอกันชั่วนิรันดร์   ฉะนั้นฉันจึงหวังในตัวมันว่าถ้าฉันลาจากนายไป   ฉันจะหวนคืนกลับมาเคียงข้างนายได้แน่"
 
 
ทว่าไม่กี่วันต่อมา   ในดินแดนอันเป็นมายาของเราสองคนที่ฉันไม่อาจมาได้แสนนาน   วันหนึ่งทั้งฉันและนายก็กลับมาเจอกันอีก   แต่การเจอกันครั้งนี้เขามาพร้อมคำขอร้อง...นายต้องการการเสียสละบางอย่างที่มีเพียงฉันเท่านั้นที่ทำได้...การเสียสละที่เรียกว่า...การสังเวยคนสำคัญเพื่อดอกไม้แห่งชัยชนะ

ตอนนั้นเองที่นายบอกว่ารู้แล้วว่าฉันคือใคร   ฉันแค่นหัวเราะที่รู้ว่าในที่สุดนายก็รู้ตัวจริงของฉัน   แต่น้องชาย...ทำไมนายเหมือนจะไม่โกรธฉันเลยล่ะ?แต่อย่างนั้นก็ดี   เพราะฉันก็มีบางอย่างที่ต้องทำถ้านายจะต้องให้ฉันเสียสละจริง ๆ และนั่นก็ต้องการการเต็มใจของนายเหมือนกัน

"แต่ก็นะ...ถ้าโชคชะตาของเราไม่อาจดึงให้ได้พบกันอีก   นายก็จงลบตัวตนของฉันไปเสียเถอะ   ลบตัวตนร่างมายาที่ผูกพันกับเธอมาแสนนานนี้เสีย   ฉันรู้ว่าอาจจะเป็นการลดความสำคัญของฉันไปบ้าง..."ฉันใช้นิ้วชี้ปิดปากเขาไม่ให้พูดขัด"...ต่อให้มันคือความจริงก็จนถือว่าเป็นฝันเถอะนะ..."

พูดพลางมืออีกข้างก็รวบรวมพลังที่จะใช้ปกปิดความจริงนั้น   ฉันเดินเข้าไปหานายที่เริ่มเข้าใจก่อนจะคุกเข่ายินยอมให้ทำเช่นนั้น   สายพลังเริ่มทำงานตามที่ฉันกำหนด   เมื่อออกจากแดนแห่งฝันนี้ไปนายจะไม่จดจำว่า'ฉัน'ที่อยู่ตรงนี้คือคนเดียวกับ'ฉัน'ที่เป็นพี่ของนาย
 
 

หากจะได้อยู่เคียง ด้วยหนึ่งคำ พันธสัญญา
จากลานับจากนี้ ฉันจะเจอ เธอสักวันนึง
หากเราต้องจากไกล ไม่อาจเจอ ฉันขอวิงวอน 
ให้ความจริง มันจงแตกลับลาไป
 
 
 
นายเข้าสวมกอดฉันไว้ทันทีที่เสร็จสิ้น   แม้ปากจะเอาแต่พร่ำบอกถึงการจากฉันไป   แต่ฉ