[Fic KNM+GOD]บาปสีดำ...

posted on 14 Mar 2012 12:41 by zcbmmilk directory Fiction, Diary, Idea

ฟิคนี้อันเนื่องมาจากโครงการ [Fic-Trading Project] เกมส์ฟิคเทรดดิ้งยินดีต้อนรับ! ในเว็บบอร์ดเอนเทอร์นั่นเอง   ซึ่งออนด้า(เค้าเอง)ได้เข้าร่วมด้วย   สำหรับรีเควสที่ได้มาก็ขอตั้งสามคนเนอะ   แต่เราขอเอามาใส่แค่คนเดียวนะคะ   อย่าโกรธกันนะ!แค่จังหวะการจิ้นฟิคมันได้พอดีกับที่อยากลองพิมพ์อะนะ   เพราะที่จริงที่เราจะเอามาลงคือGOD(เซมี่)   เนื่องจากเซสมิลี่(แต่เราชอบเรียกว่าเซสจังมากกว่า)ก็เป็นตัวละครที่เราชอบมากเลย   แล้วเราดันติดนิสัยเสียอย่างหนึ่งว่า...ชอบตัวละครตัวไหนที่สุดแล้วไม่ได้เขียนฟิคดราม่าให้อย่างน้อยสักเรื่องจะรู้สึกผิดกับตัวเองมาก...แต่ว่าGODออกมาตั้งหลายเล่มเราก็ยังไม่มีโอกาสได้แต่งสักที   พอดีเราเล่นเพจแล้วเกิดจิ้นพวกเพจตัวละครกันไปมาจนเป็นฟิคนี้แหละ   ยังไงก็...เชิญรับชมฟิคนี้พร้อมเปิดเพลงประกอบไปได้เลยนะคะ

ป.ล.1 ขออภัยหากภาษามันไม่ได้ดีเท่าไหร่   ไฟหวานแอบมอดอะ

ป.ล.2. ถ้าไม่อยากได้ตอนจบเศร้า   เรามีตอนจบแบบไม่เศร้าให้นะ   รีเควสได้เลย

 

 (ดัดแปลงเนื้อเพลงจาก http://projectmerodii.exteen.com/20100824/ballad-himitsu-kuro-no-chikai-thai-fandub มาประกอบฟิค) 

เพลงประกอบ - http://www.youtube.com/watch?v=UR2dwJfRxPU

 

*************************************************************************

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้าคิดถูกหรือเปล่านะที่ทำแบบนี้...

 

เซสมิลี่คิด   ขณะที่รู้สึกได้ถึงความเย็นเล็กๆจากน้ำตาที่ไหลออกมาเรื่อย ๆ และหยดน้ำที่ไหลตกจากดวงตาของคนที่ประคองร่างไว้ลงสู่ร่างของเขา

 

แต่ถ้าข้าไม่ทำแบบนี้   คนที่จะไม่อาจหวนคืนได้อีกคือเ้จ้านะ...

 

ฉะนั้น...เจ้าอย่าเสียใจกับการเลือกของข้าได้ไหม...

 

 

 

ราชาคามาเอลผู้ละทิ้งคนที่ต้องปกป้อง 

ด้วยถูกรั้งเอาไว้จากความรักที่ยังฝังในใจ

แต่มันผิดต่อหน้าที่ที่เขาถูกลิขิตไว้

เช่นนั้นเขาจึงต้องรับผลของการฝ่าฝืนหน้าที่ของตัวเองไป

 

 

 

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน...

 

 

 

ณ สวนหลวงในเขตราชวังของชาวคามาเอล

 

เหล่าพี่เลี้ยงของเจ้าชายรัชทายาทคามาเอลนาม"เซสมิลี่"พากันวิ่งวุ่นไปทั่วสวน   เพราะพวกเขาดันเผลอให้เจ้าชายละสายตาไปหนีเที่ยวที่ไหนไม่รู้   ถึงจะวางใจว่าเจ้าชายคงไม่หนีออกไปนอกเขตสวน   แต่เพื่อกันไม่ให้หัวกุดถ้าองค์ราชามาถามหาพวกเขาจึงต้องตามหาเจ้าชายกันต่อไป

 

ทางเจ้าชายเซสมิลี่ซึ่งพวกเขากำลังตามหานั้น   เขากำลังอยู่ริมสระน้ำของสวน...จุดที่สงบเงียบที่สุดของสวนหลวง   เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มน่ารักอายุประมาณ 17-18 ปีมนุษย์เพียงแต่มีปีกที่หลัง   เส้นผมสีทองยาวและดวงตาสีชมพูที่เห็นได้ชัดเจนบ่งบอกความเป็นราชนิกูล   ในมือถือลูกแก้วใสลูกหนึ่งอย่างถะนุถนอม

 

ลูกแก้วนี้คือลูกแก้ว"ลูกแก้วพิฆาตเฉพาะกิจของราชา"เป็นลูกแก้วซึ่งเปรียบได้กับชีวิตของเขา   และเป็นสิ่งที่บอกถึงความจำเป็นที่ทำให้เขาได้เกิดมา   เขาเกิดมาเพื่อเป็นนักพยากรณ์ให้กับผู้นำทางโลกาวินาศซึ่งจะตัดสินโลกว่าพระเจ้าจะมาปกครองโลกหรือไม่   ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่เจอผู้นำทางที่ว่าก็ตาม

 

เซสมิลี่เหม่อคิดเรื่องของตัวเองไม่นาน   เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล   ร่างบางนั้นสะดุ้งก่อนตัดสินใจเก็บลูกแก้วเข้าไปในกายแล้วลุกขึ้นเดินไปตามที่มาของเสียง

 

เมื่อเดินเข้าไปใกล้พอเขาก็ได้แต่อึ้งกับสิ่งที่เจอ   ร่างของชายคนหนึ่งในชุดสีดำกำลังทรุดบนพื้นด้านหน้าเขา  

อืม...นั่นดูเหมือนไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร...  

ผู้ชายคนนั้นดูแล้วดูอีกยังไงก็น่าาจะเป็นมนุษย์...

อืม...ยังไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอีก...  

แต่ผู้ชายคนนั้น...มองดีๆจะเห็นว่าร่างกายท่อนล่างของเขาดูโปร่งแสงแปลกๆ  

 

"จะ...เจ้าเป็นใครน่ะ!"

 

เซสมิลี่ตะโกนลั่น   ร่างนั้นสะดุ้งก่อนเงยหน้าขึ้นมามองเขา   ชั่ววินาทีที่ดวงตาสีชมพูของตัวเองกับดวงตาสีม่วงของเขาประสานกันทำให้เซสมิลี่ชะงัก   ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ

 

"คือ...ข้า...ข้าชื่อมอคค่า...แล้วเจ้าล่ะ..."

 

ภาษาของโลกเขาที่ฟังดูแปร่งๆดังตอบเซสมิลี่มา   เขามองดูชายหนุ่มที่ชื่อว่ามอคค่าอย่างสงสัยโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำให้มอคค่าใจเต้นรัวทั้งที่เขาไม่น่าจะรู้สึกใจเต้นได้แล้ว

 

"เอ่อ...ข้า..."

 

"หรือเจ้าบอกไม่ได้...ไม่เป็นไรหรอก...ยังไงเราก็เพิ่งพบกันนี่นา..."

 

มอคค่าบอกเมื่อเห็นท่าทีไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงของเซสมิลี่   แต่นั่นเป็นการสลายความไม่ไว้วางใจของอีกฝ่ายลงโดยไม่รู้ตัว   เซสมิลี่รู้สึกได้ว่ามอคค่าดูเหมือนจะไม่ได้เลวร้ายอะไร   แค่ดูแปลกไปหน่อยที่จู่ๆก็โผล่มา

 

"ข้าชื่อเซสมิลี่   เจ้าชายแห่งเผ่าคามาเอล..."

 

วันอันงดงาม ในฤดูดอกไม้ผลิบาน 

รัชทายาทแห่ง ผู้มีปีกทั้งมวลนั้น 

พานพบกับหนึ่ง ดวงวิญญาณที่เดินหลงทาง

และตอนนี้วิญญาณนั้นกำลังหวั่นไหวในใจ

 

เซสมิลี่ยื่นมือไปให้มอคค่าจับเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นมา   เขาเองถึงยังสงสัยในหลายอย่างเกี่ยวกับมอคค่าแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูจึงยังไม่พูดอะไร

 

“ขอบคุณ...”

 

 

จากการพบกันโดยบังเอิญวันนั้น   มอคค่าก็ตามติดเซสมิลี่แจเรื่อยมา   ตัวเขาอธิบายว่าตัวเองเป็นวิญญาณที่พลัดหลงมาจนกระทั่งเจอเซสมิลี่   โดยมี"ลูกแก้วรักษาวิญญาณ"ที่เก็บรักษาวิญญาณของตัวเองไว้นำพามา   ซึ่งเซสมิลี่รับอาสาช่วยเขาดูแลลูกแก้วนั่นให้   เพราะเมื่อมอคค่าต้องการจะหลับเพื่อฟื้นฟูพลังจากการออกมาปรากฏตัวนอกลูกแก้ว   วิญญาณของเขาจะเข้าไปในลูกแก้วทำให้ต้องมีคนดูแลลูกแก้วไว้แทน

 

เซสมิลี่เองแม้ไม่ได้อยากมีเพื่อนเป็นมนุษย์(ถึงจะเหลือแค่วิญญาณก็ตาม)ในตอนแรกก็ยังสนิทสนมกับมอคค่าในเวลาไม่นานนัก   อาจจะเพราะความอ่อนโยนของมอคค่าที่แม้จะรู้เรื่องที่เขากลัวความสูงไม่สมกับเป็นออร์คที่มีปีกบินได้เลยแต่ก็ไม่เคยเอามาล้อ   แถมยังขอโทษขอโพยที่ขอให้เขาบินให้ดูบ่อยๆ   เพราะเขาอยากจะศึกษาเรื่องการบินของคามาเอลด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง...

 

“นี่...มอคค่า...ถามหน่อยเถอะ   ทำไมเจ้าต้องสนใจเรื่องปีกของข้าด้วยล่ะ   ยังไงเจ้าก็เป็นมนุษย์ไม่ใช่เหรอ   มนุษย์น่ะไม่มีปีกสำหรับบินแบบคามาเอลหรอกนะ”

 

เซสมิลี่ลองถามมอคค่าดูหลังจากสังเกตว่ามอคค่าดูเหมือนจะสนใจปีกของเขามากๆ   ถึงไม่เห็นเขาบินแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร   แถมซี๊ซั๊วลูบปีกของเขาทั้งที่เคยบอกบ่อยๆว่าการลูบปีกหมายถึงการขอแต่งงานของชาวคามาเอล

 

“ก็อีกหน่อยถ้าข้าได้ไปเกิดใหม่แล้วข้าก็จะมีปีกแบบเจ้านี่นา   เพราะข้าเป็นนักเดินทางระหว่างมิติ”

 

"นักเดินทางระหว่างมิติ?"

 

เซสมิลี่ทวนคำแปลกๆที่มอคค่าบอกก่อนมองที่เขาอย่างแปลกใจ   เขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนเลยในชีวิต   แต่ดูเหมือนมอคค่าจะรู้จักความหมายของคำนี้ดีทีเดียว

 

“อืม...ข้าจะอธิบายให้ฟังแล้วกัน...เจ้ารู้ไหมว่าบนโลกที่เราอยู่นี้แท้จริงมีมิติทับซ้อนกันอยู่เยอะมาก   มีโลกที่ต่างๆกันไป   ทีนี้ในแต่ละมิติจะต้องมีวีรบุรุษหรือวีรสตรีกำเนิดขึ้นมาเพื่อกำหนดแนวทางของโลกนั้นๆซึ่งเรียกว่า’บุตรแห่งโชคชะตา’   นักเดินทางระหว่างมิติมีหน้าที่คอยช่วยเหลือบุตรแห่งโชคชะตาในมิติของตัวเอง   โดยพวกเขาจะได้รับพลังความสามารถที่ค่อนข้างพิเศษมาเพื่อให้ช่วยเหลือบุตรแห่งโชคชะตาได้...”

 

มอคค่าอธิบายได้สักพักก็หยุดมองเซสมิลี่ว่าสนใจฟังไหม   เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรแต่ดวงตาสีชมพูนั้นเอาแต่มองเขาก็เล่าต่อ

 

”พลังพิเศษของแต่ละคนจะมีการพัฒนาได้   เพียงแต่ในเผ่าที่มีปีกอย่างเจ้าอาจสังเกตยากหน่อยเพราะมีการแบ่งระดับต่างกัน   ในกรณีที่ข้าพูดถึงคือเมื่อนักเดินทางระหว่างมิติที่เป็นมนุษย์มีพลังแข็งแกร่งพอ   ก็จะมีปีกขึ้นมาที่หลัง   และปีกสามารถมีได้ถึงสามคู่ซึ่งเป็นระดับสูงสุด”

 

“เพราะอย่างนั้นเจ้าเลยบอกว่าอีกหน่อยเจ้าก็จะมีปีกเหรอ?”เซสมิลี่ถาม

 

มอคค่าพยักหน้าก่อนบอกเสริมว่า”แต่ต้องรอข้ากลับไปเกิดใหม่ที่มิติของข้าก่อนนะ   จริงสิ!ที่จริงเจ้าเองก็เป็นนักเดินทางระหว่างมิติเหมือนกันนะ   ถ้าข้าเดาไม่ผิดคนที่เจ้าเรียกว่าผู้นำทางโลกาวินาศอาจจะเป็นบุตรแห่งโชคชะตาก็ได้”

 

“งั้นเหรอ...”

 

เซสมิลี่ครุ่นคิด   ก่อนมองหน้ามอคค่าแล้วอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ว่า”ถ้าอย่างนั้นที่เจ้าอยากสนิทกับข้าเป็นเพราะข้าเป็นพวกเดียวกับเจ้าหรือเปล่า   เจ้าไม่ได้สนใจข้าเพราะข้าเป็นข้าใช่ไหม...”

 

ไม่ทันจะได้ตอบอะไร   เซสมิลี่ก็เดินหนีจากมอคค่าไปอย่างงอน   ทำให้มอคค่าต้องรีบวิ่งตามร่างบางไป   เนื่องจากเขาเข้าใจดีถึงอุปนิสัยขี้งอนของเซสมิลี่

 

แต่ดูเหมือนครั้งนี้อีกฝ่ายจะงอนเขาแรงเอาเรื่อง...

 

 

 

สองสามวันถัดมา...

 

 

 

มอคค่ารู้สึกไม่สบายใจเลย...เขาไม่เข้าใจว่าเซสมิลี่นึกยังไงกันแน่   ถึงจะยอมมาอยู่ใกล้เขาแล้ว   ยอมช่วยดูแลลูกแก้วรักษาวิญญาณของเขาแล้ว   แต่ไม่ยอมพูดคุยกับเขาอีก   บางครั้งก็มองมาที่เขาอย่างเศร้าสร้อยก่อนจะรีบหันหน้าไปทางอื่นแล้วเปลี่ยนสีหน้า

 

เขาอดคิดไม่ได้ว่าเซสมิลี่อาจถือเรื่องนักเดินทางระหว่างมิติเป็นจริงเป็นจัง   ก็เลยคิดว่าเขามาอยู่แค่เพื่อจับตามอง   บ้าน่า!เขาแค่อยากอยู่กับเซสมิลี่เพราะแค่อยากอยู่กับคนที่สดใสอย่างเซสมิลี่ต่างหาก   เขายอมถึงขนาดทิ้งความทรงจำชาติก่อนของตัวเองที่ยังทำหน้าที่คุ้มครองบุตรแห่งโชคชะตาได้ไม่ตลอดรอดฝั่งก็ตายซะก่อนมาสนใจแต่เซสมิลี่เชียวนะ

 

แต่ทำไมเขาต้องทำขนาดนี้กัน?แค่อยากให้เป็นเพื่อนกันเฉยๆเหรอ?

 

เขาคงจะ...ไม่ได้รู้สึกรักเซสมิลี่ขึ้นมาหรอกใช่ไหม...

 

เมื่อครู่นี่เซสมิลี่เพิ่งขอปลีกตัวแยกจากเขาเพื่อเก็บลูกแก้วรักษาวิญญาณกับลูกแก้วทำนายของเขาไว้ในกาย...มันเป็นความพิเศษทางเวทย์ของร่างกายคามาเอลอะนะ...เพราะสถานการณ์ก่อนหน้าทำให้เขาไม่กล้าไปหา  

 

แต่ตอนนี้...

 

“เซสมิลี่...ขอโทษนะที่ข้าเกิดอยากจะทำตามใจตัวเองแล้ว...”

 

หนึ่งเสียงหัวใจ ร่ำร้องเมื่อได้พบหน้า

หลงใหลในความรักต้องห้ามทั้งที่เพิ่งได้พบเจอ

แม้รู้อยู่ดี ถึงพันธะหน้าที่พันผูกตนไว้

แต่ถึงกระนั้น มือก็ยังเอื้อมหาเขาคนนั้น

 

เซสมิลี่ที่แยกไปเก็บลูกแก้วนั้น   เมื่อเก็บลูกแก้วเสร็จก็คิดจะเดินแยกไปหาอะไรทานที่ห้องครัวเพื่อสงบใจตัวเองหน่อย   สองสามวันมานี้เขาเองก็อยากจะพูดคุยกับมอคค่าเหมือนแต่ก่อนน่ะแหละ   แต่ไม่รู้ทำไม...พอได้ยินเรื่องที่ว่ามอคค่าสนใจตัวเองแค่เพราะเห็นเป็นพวกเดียวกันขึ้นมาเขาก็หงุดหงิดจนไม่อยากพูดด้วย

 

กลัวว่าสิ่งที่เขาจะพูดจะไม่ใช่แค่การพูดหยอกล้อกันอย่างเดิม...

 

หรือกลัว...กลัวว่าเขาจะพูดว่าตัวเองหมดประโยชน์แล้วในสักวันหนึ่ง...

 

ทว่าไม่ทันจะได้เดินไปมากนัก   จู่ๆข้อมือข้างหนึ่งของเขาก็ถูกใครบางคนยุดเอาไว้ไม่ให้ไป   ทำให้เขาเสียหลักเกือบจะหงายหลังล้มลง   แต่ด้านหลังเขากลับมีคนคนหนึ่งรอรับเขาอยู่แล้ว   ทำให้เขาเหมือนกันเอนลงไปซบกับคนคนนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้   แถมในฉับพลันทันใดนั้นมือของอีกฝ่ายก็ดึงหน้าเขาให้ริมฝีปากของคนสองคนประทับกัน

 

มอคค่า!

 

เซสมิลี่นึกอยากจะอุทานออกมาเมื่อรู้ว่าคนที่ทำแบบนี้คือใคร   แต่ร่างกายที่อ่อนยวบกับตัวใจที่เต้นระรัวจากการเสียจูบแรกให้กับมอคค่าทำให้เขาพูดไม่ออก   อีกประการหนึ่งคือมอคค่ายังไม่หยุดจูบเขาเสียด้วย

 

ดังนั้นทันทีที่มอคค่ายอมปล่อยเขา   เขาจึงใช้ปีกผลักอีกฝ่ายให้กระเด็นก่อนจะวิ่งหนีไปด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน   แต่อีกฝ่ายกลับอาศัยความเร็วกว่าไล่ตามทันเขาก่อนจะดึงให้เขาหยุดวิ่ง

“ปล่อยข้านะมอคค่า!เจ้าจะทำอะไรกันแน่!”เซสมิลี่โวยวายขึ้น

 

“ข้า...รักเจ้า...”

 

คำพูดเรียบๆที่ถูกเอ่ยมาไม่ค่อยถูก